สถานการณ์โรคเอดส์ในปัจจุบัน


โดยศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค

 ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

 

 

 มีรายงานโรคเอดส์ครั้งแรกในโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ. 2524 ประเทศไทยค้นพบผู้ป่วยเอดส์รายแรกของประเทศไทยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประพันธ์ ภานุภาค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2528 นับจนถึงขณะนี้ได้ 25 ปีแล้ว

 

 ในช่วง 3 ปีแรก เอดส์ระบาดส่วนใหญ่ในกลุ่มชายรักชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายรักชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ  ในปี พ.ศ. 2531 มีการระบาดหนักในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดโดยการฉีด ปีต่อมาเริ่มระบาดในกลุ่มหญิงขายบริการทางเพศ ปี พ.ศ. 2533 พบมากในชายนักเที่ยวที่ติดกามโรคจากหญิงขายบริการ และปีถัดมา (พ.ศ. 2534) พบการระบาดในหญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นภรรยาของชายนักเที่ยว และการระบาดในทารกแรกคลอด โดยสรุป ภายใน 6 ปีที่โรคเอดส์เข้ามาถึงเมืองไทยก็ระบาดเข้าไปถึงสถาบันครอบครัวของคนไทยทุกคน

 

ช่วงปี 2534-2539 เป็นช่วงที่เอดส์แพร่ระบาดรุนแรงที่สุดในประเทศไทย คาดประมาณมีผู้ติดเชื้อใหม่ในช่วงนั้นประมาณปีละ แสนถึงแสนห้าหมื่นคน และมีคนที่เสียชีวิตจากเอดส์ปีละกว่า 6 หมื่นคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคเหนือตอนบน ต่อมาการระบาดลดความรุนแรงลง ส่วนหนึ่งเกิดจากการรณรงค์อย่างจริงจังในรัฐบาลสมัยคุณอานันท์ ปันยารชุน และต่อเนื่องมาในรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณรงค์เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันเอดส์ ของคุณมีชัย วีระไวทยะ (โครงการถุงยางอนามัย 100%”) ทำให้คนไทยติดเอดส์ใหม่ลดลงเหลือต่ำกว่าปีละสองหมื่นคน และความชุกของการติดเอดส์ในหญิงบริการ และในทหารเกณฑ์ลดลงอย่างน่าพอใจ เป็นที่สรรเสริญของนานาชาติ

 

สถานการณ์เอดส์ในปัจจุบัน 

 

จาก 2528 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 25 ปี มีการคาดประมาณว่ามีคนไทยติดเชื้อเอดส์ตั้งแต่ต้นทั้งสิ้นหนึ่งล้านสองแสนคน เสียชีวิตไปแล้วครึ่งหนึ่ง คาดประมาณว่ามีคนไทยที่ติดเชื้อเอดส์ซึ่งมีชีวิตอยู่ขณะนี้ประมาณ 6 แสนคน มีคนไทยติดเชื้อใหม่ขณะนี้ประมาณปีละ 16,000 คน และเสียชีวิตจากเอดส์ประมาณปีละน้อยกว่า 10,000 คน ซึ่งแนวโน้มการเสียชีวิตจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากรัฐจัดบริการดูแลรักษาทั่วถึงมากขึ้น พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตรวจเอดส์กันมากขึ้น ก่อนที่จะป่วยขึ้นมา

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา มีตัวชี้บ่งหลายตัวที่ส่งสัญญาณว่าเอดส์กำลังจะกลับมาระบาดหนักอีกระลอกหนึ่งในบ้านเรา สัญญาณแรกคือความชุกของการติดเชื้อเอชไอวี (HIV prevalence) ในกลุ่มชายรักชายตามเมืองใหญ่ๆเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ เช่น เมื่อปี 2546 ชายรักชายที่เป็นนักเที่ยวในกรุงเทพมหานครติดเอดส์ร้อยละ 18 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 27 ในปี 2548 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32 ในการสำรวจเมื่อปี 2550 ในขณะที่ความชุกของการติดเชื้อเอชไอวีในประชากรกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ทั่วไปในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของเชื้อเอชไอวีในกลุ่มชายรักชายเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนา หรือกำลังพัฒนา หรือไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรทั้งสิ้น แต่สถานะการณ์เอดส์ในกลุ่มชายรักชายในไทยรุนแรงกว่าทุกประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชายรักชายที่อายุน้อยกว่า 25 ปี นอกจากนี้ หนึ่งในสามของชายรักชายไทยเที่ยวหญิงบริการ หรือมีภรรยา ซึ่งแตกต่างจากชายรักชายในประเทศตะวันตก จึงเป็นห่วงว่าอัตราการติดเชื้อในกลุ่มหญิงบริการ และหญิงตั้งครรภ์จะกลับสูงขึ้นอีก ซึ่งก็เป็นความจริงที่สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการติดเชื้อใหม่ในหญิงบริการมีแนวโน้มสูงขึ้นในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา กามโรคในหญิงและชายก็พบสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชายรักชายและวัยรุ่น การสำรวจทางพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นโดยหลายฝ่ายก็พบว่าวัยรุ่นเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเร็วขึ้น เฉลี่ยเด็กชายไทยเริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกที่อายุ 13 เด็กหญิงที่อายุ 14 ส่วนใหญ่กับเพื่อน และส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย อัตราการใช้ถุงยางอนามัยในประชาชนทั่วไปก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ทั้งกับหญิงบริการและหญิงที่ไม่ใช่ภรรยา ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีมารับคำปรึกษาและตรวจเอดส์ที่คลีนิคนิรนาม ของสภากาชาดไทยเพิ่มมากขึ้น พบความชุกของการติดเชื้อเอดส์ประมาณร้อยละ 12 ส่วนการติดเชื้อในกลุ่มติดยาเสพติดโดยการฉีดยังคงอัตราสูงมาตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา กล่าวคือประมาณร้อยละ 40 ของผู้ติดยาเสพติดโดยการฉีดจะติดเชื้อเอดส์

 

สถิติการตรวจพบการติดเชื้อเอชไอวีในผู้มาใช้บริการของคลีนิคนิรนาม สภากาชาดไทยในปี 2552 พบว่ามีอัตราการติดเชื้อสูงสุดในกลุ่มชายรักชาย (26%) รองลงมาเป็นกลุ่มผู้หญิง (14%) ตามด้วยกลุ่มชายแท้ (12%) และในบรรดาผู้หญิงด้วยกัน หญิงที่มีสามีแล้วมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่าหญิงโสดมาก ทั้งนี้เกิดจากการติดจากสามี เพราะมีโอกาสจะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ หรือต่อรองให้คู่นอนใช้ถุงยางอนามัยได้ไม่ดีเท่าหญิงโสด

 

Additional information